เมื่อถ่ายภาพพอร์ตเทรตตอนกลางวันในสภาวะย้อนแสง ใบหน้าของตัวแบบมักจะออกมามืดเกือบทุกครั้ง เพื่อเลี่ยงปัญหานี้ เรามีเทคนิคการใช้แฟลชที่มีประสิทธิภาพคือ การซิงค์แฟลชตอนกลางวัน หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าการถ่ายภาพโดยใช้แฟลชเสริมแสง แม้ว่าเราจะสามารถใช้การซิงค์แฟลชตอนกลางวันโดยใช้แฟลชติดกล้องก็ตาม แต่หากเราใช้เทคนิคแฟลชอีกเทคนิคหนึ่งที่เรียกว่าการซิงค์แฟลชความเร็วสูง ซึ่งเป็นคุณสมบัติหนึ่งของแฟลชภายนอก คุณจะสามารถถ่ายภาพพอร์ตเทรตที่มีแบ็คกราวด์อยู่นอกโฟกัส (‘โบเก้ในส่วนแบ็คกราวด์”) ได้อย่างสวยงาม คุณจะได้ตัวแบบที่ดูโดดเด่นในภาพถ่ายของคุณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากใช้เลนส์ที่ให้ความสว่าง (เรื่องโดย: Teppei Kohno)

EOS 760D/ EF50mm f/1.8 STM/ FL: 50 มม. (เทียบเท่า 80 มม.)/ Aperture-priority AE (f/1.8, 1/500 วินาที)/ ISO 100/ WB: แฟลช/ แฟลชภายนอก (การซิงค์แฟลชความเร็วสูง)

 

เมื่อตั้งค่าไปที่การซิงค์แฟลชความเร็วสูง คุณจะสามารถถ่ายภาพโดยใช้รูรับแสงกว้างได้

ขั้นตอนการถ่ายภาพ
A: ใช้เลนส์ที่ให้ความสว่าง
B: ตั้งค่าแฟลชภายนอกไปที่การซิงค์แฟลชความเร็วสูง
C: เลือก Aperture-priority AE และตั้งค่ารูรับแสงกว้างสุด
D: โฟกัสที่ตัวแบบแล้วถ่ายภาพ

 

การซิงค์แฟลชความเร็วสูงคืออะไร
กล้องส่วนใหญ่มีคุณสมบัติที่เรียกว่า ‘ความเร็วซิงค์สูงสุด’ ซึ่งหมายความว่าคุณจะไม่สามารถใช้ความเร็วชัตเตอร์เกินความเร็วซิงค์สูงสุดที่ระบุไว้ขณะถ่ายภาพโดยใช้แฟลช สำหรับกล้องส่วนใหญ่ ความเร็วซิงค์สูงสุดจะอยู่ที่ 1/200 วินาที แม้ว่าความเร็วดังกล่าวจะแตกต่างกันไปตามกล้องที่ใช้ก็ตาม การซิงค์แฟลชความเร็วสูงเป็นคุณสมบัติหนึ่งของแฟลชภายนอกที่ช่วยให้ผู้ใช้ “แก้ปัญหา” ความเร็วซิงค์สูงสุดนี้ และถ่ายภาพด้วยแฟลชพร้อมกับความเร็วชัตเตอร์สูงๆ ได้ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด

 

มีผลต่อโบเก้ในส่วนแบ็คกราวด์อย่างไรบ้าง
เมื่อใช้แฟลชติดกล้องเพื่อถ่ายภาพกลางแจ้งในวันที่มีแดดจ้า คุณจำเป็นจะต้องลดขนาดรูรับแสงให้แคบลงเพื่อหลีกเลี่ยงการเปิดรับแสงมากเกินไป ซึ่งทำให้ไม่สามารถทำให้แบ็คกราวด์อยู่นอกโฟกัสมากๆ ได้ หากคุณถ่ายภาพพอร์ตเทรตในเวลากลางวัน และต้องการใช้รูรับแสงกว้างสุด เพื่อสร้างโบเก้ในส่วนแบ็คกราวด์ที่อยู่นอกโฟกัสอย่างสวยงาม คุณจำเป็นจะต้องใช้แฟลชภายนอก

 

ฉันจะใช้การซิงค์แฟลชความเร็วสูงได้อย่างไร
ในการถ่ายภาพพอร์ตเทรตดังเช่นภาพบนสุดโดยใช้การซิงค์แฟลชความเร็วสูง ขั้นแรก คุณจะต้องใช้เลนส์ที่ให้ความสว่างและใช้ค่ารูรับแสงกว้างสุด (ค่า f ต่ำ) จากนั้น ติดแฟลชภายนอก เปิดแฟลช แล้วตั้งค่าแฟลชไปที่โหมดการซิงค์แฟลชความเร็วสูง ตั้งค่า โหมดการเปิดรับแสงไปที่ โหมด Aperture-priority AE และเลือกค่า f ต่ำๆ เช่น f/1.8 เมื่อจับโฟกัสที่ตัวแบบแล้วลั่นชัตเตอร์ แฟลชภายนอกจะยิงโดยอัตโนมัติ จากนั้นคุณจะสามารถถ่ายภาพด้วยการซิงค์แฟลชตอนกลางวันพร้อมกับมีแบ็คกราวด์ที่อยู่นอกโฟกัสได้

เคล็ดลับ: การซิงค์แฟลชความเร็วสูงช่วยให้แบ็คกราวด์อยู่นอกโฟกัสได้โดยไม่ทำให้แบ็คกราวด์สว่างจ้าเกินไป

เมื่อถ่ายภาพพอร์ตเทรตในสภาวะย้อนแสง ใบหน้าของตัวแบบจะออกมาค่อนข้างมืด ดังเช่นในตัวอย่างที่ไม่ดี #1 ด้านล่างนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหานี้ คุณสามารถใช้การชดเชยแสงหรือใช้ แฟลชติดกล้องได้ แต่ทั้งสองวิธีนี้ก็มีข้อเสียเช่นกัน ซึ่งจะอธิบายเพิ่มเติมโดยใช้ตัวอย่างที่ไม่ดี #2 และ #3 ด้านล่าง การที่คุณจะได้ภาพที่ไม่เพียงมีการเปิดรับแสงที่เหมาะสมและไม่เกิดส่วนที่สว่างจ้า แต่ยังได้โบเก้ในส่วนแบ็คกราวด์ที่ชัดเจนอีกด้วยนั้น คุณจะต้องใช้การซิงค์แฟลชความเร็วสูง

ตัวอย่างที่ไม่ดี #1: ไม่ใช้แฟลช

EOS 760D/ EF50mm f/1.8 STM/ FL: 50 มม. (เทียบเท่า 80 มม.)/ Aperture-priority AE (f/1.8, 1/1,000 วินาที)/ ISO 100/ WB: อัตโนมัติ
เมื่อถ่ายภาพในสภาวะย้อนแสงโดยไม่ใช้แฟลชจะทำให้ใบหน้าของตัวแบบออกมาดำมืด แม้จะสามารถทำให้แบ็คกราวด์อยู่นอกโฟกัสก็จริง แต่เราก็ต้องการให้ตัวแบบให้ดูสว่างเช่นกัน

 

ตัวอย่างที่ไม่ดี #2: ถ่ายภาพโดยใช้การชดเชยแสง

EOS 760D/ EF50mm f/1.8 STM/ FL: 50 มม. (เทียบเท่า 80 มม.)/ Aperture-priority AE (f/1.8, 1/500 วินาที, EV+1)/ ISO 100/ WB: อัตโนมัติ
การใช้การชดเชยแสงจะช่วยให้คุณถ่ายทอดตัวแบบได้สว่างขึ้นและยังทำให้ส่วนแบ็คกราวด์อยู่นอกโฟกัสได้ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากแบ็คกราวด์สว่างขึ้นด้วยเช่นกันจึงทำให้ภาพดูสว่างโพลน

 

ตัวอย่างที่ไม่ดี #3: ถ่ายภาพโดยใช้แฟลชติดกล้องด้วยการซิงค์แฟลชตอนกลางวัน

EOS 760D/ EF50mm f/1.8 STM/ FL: 50 มม. (เทียบเท่า 80 มม.)/ Aperture-priority AE (f/4, 1/200 วินาที)/ ISO 100/ WB: แฟลช/ แฟลชติดกล้อง
การใช้แฟลชติดกล้องพร้อมกับตั้งค่าไปที่การซิงค์แฟลชตอนกลางวันจะทำให้ตัวแบบดูสว่างและแบ็คกราวด์อยู่นอกโฟกัสพอสมควร แต่คุณจะไม่สามารถใช้ความเร็วชัตเตอร์สูงกว่า 1/200 วินาทีได้ จึงสามารถเปิดรูรับแสงได้ถึงค่า f/4 เท่านั้น นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมเอฟเฟ็กต์โบเก้ที่ส่วนแบ็คกราวด์จึงไม่อยู่นอกโฟกัสเท่าที่ควร ดังที่เห็นได้จากขนาดของวงกลมโบเก้ ซึ่งเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่เราจะต้องปรับแก้กันต่อไป

 

ตัวอย่างที่ดี: ถ่ายภาพโดยใช้การซิงค์แฟลชความเร็วสูง

EOS 760D/ EF50mm f/1.8 STM/ FL: 50 มม. (เทียบเท่า 80 มม.)/ Aperture-priority AE (f/1.8, 1/1,250 วินาที)/ ISO 100/ WB: แฟลช/ แฟลชภายนอก (การซิงค์แฟลชความเร็วสูง)
เมื่อเราตั้งค่าแฟลชเป็นการซิงค์แฟลชความเร็วสูงแล้วจะไม่มีการกำหนดขีดจำกัดสูงสุดของความเร็วซิงค์อีกต่อไป ดังนั้น คุณจะสามารถถ่ายภาพโดยใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่สูงพร้อมกับเปิดรูรับแสงให้กว้างได้แม้แต่ฉากกลางแจ้งในตอนกลางวัน สำหรับภาพตัวอย่างด้านบน มีการตั้งค่ารูรับแสงให้เปิดกว้างที่ค่า f/1.8 จึงสามารถถ่ายทอดตัวแบบที่สว่างพร้อมกับทำให้โบเก้ในส่วนแบ็คกราวด์ดูนุ่มนวลและอยู่นอกโฟกัสได้มาก

นี่คือแฟลชภายนอกที่เราแนะนำ!

Speedlite: 430EX III-RT
ชุดแฟลชภายนอกที่มาพร้อมคุณสมบัติมากมาย โดยการนำตัวเลือกต่างๆ มารวมไว้ในชุดแฟลชที่กะทัดรัด น้ำหนักเบา และพกพาง่ายนี้ และด้วยความสามารถของแฟลชไร้สายที่ใช้สัญญาณวิทยุได้ ชุดแฟลชนี้จึงสามารถทำหน้าที่เป็นแฟลชสเลฟเมื่ออยู่ห่างจากตัวกล้องได้ หัวแฟลชสามารถปรับเอียงขึ้นได้ 90° แพนทางซ้ายได้ 150° และแพนทางขวาได้ 180° จึงสามารถให้แสงในทิศทางที่ต้องการได้

 

https://snapshot.canon-asia.com/thailand/article/th/how-do-i-capture-portraits-with-background-bokeh-under-backlit-conditions